“แกงเลียง” ภูมิปัญญาแห่งสุขภาพ

อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องบำรุงสุขภาพ และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้อาหารไทยชนิดหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลยคือ “แกงเลียง” ด้วยส่วนผสมที่ใช้ปรุงไม่เน้นเนื้อสัตว์ใหญ่ ส่วนมากนิยมใส่กุ้ง ใช้เนื้อปลาหรือกุ้งแห้งโขลกรวมกับเครื่องแกงเลียงที่มี หัวหอมแดง กะปิ พริกไทย กระชาย พริกขี้หนู เป็นหลัก อีกทั้งอุดมไปด้วยพืชผักสมุนไพรนานาชนิด โดยแกงเลียงขนานแท้น้ำแกงต้องจัดจ้านรสพริกไทย และใส่ใบแมงลักให้หอมอย่างมีเอกลักษณ์

แกงเลียงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก ให้พลังงานต่ำมากเพียง 25.96 กิโลแคลอรี แต่มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้อง ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ อุดมไปด้วย โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ เบต้าแคโรทีน ช่วยลดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้เป็นอย่างดี

โดยพืชผักสมุนไพรที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบของแกงเลียงล้วนแต่มากด้วยคุณประโยชน์ ได้แก่ ใบแมงลัก แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ พริกไทย ช่วยการย่อยอาหาร บรรเทาความร้อน ขับเหงื่อ ตำลึง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ไข้ บำรุงสายตา เห็ดฟาง มีสาร Vovatoxin ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ลดไขมันในเส้นเลือด

   หัวหอมแดง บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก พริกขี้หนู ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ขับเสมหะ แก้หวัด บวบ บำรุงหัวใจ แก้ร้อนใน เป็นยาระบาย ฟักทอง ช่วยบำรุงประสาท ลดน้ำตาลในเลือด น้ำเต้า มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับพิษไข้ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง หัวปลี ช่วยบำรุงน้ำนม รักษาโรคกระเพาะ แก้ร้อนใน ข้าวโพดอ่อน ลดคอเลสเตอรอล ช่วยย่อยอาหาร บำรุงหัวใจ

   สรรพคุณของแกงเลียงมีมากมายขนาดนี้ ต้องถือว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่นำอาหารมาปรุงเป็นตำรับยา ราคาไม่แพงเพราะเป็นพืชผักพื้นบ้าน แถมรสชาติอร่อย อากาศหนาวแบบนี้ถ้าได้แกงเลียงทำเสร็จใหม่ๆ สักถ้วย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองซดน้ำแกงกันหมดจนหยดสุดท้ายแน่นอน